วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ธุรกิจกล้วย กล้วย

ธุรกิจกล้วย กล้วย "เงินล้าน"
"บานาน่า" กล้วยทอดกรอบ เป็นอีกโชว์เคสของสินค้าโอท็อปที่รู้จัก "เรียนลัด" จากวิธีคิด วิธีทำธุรกิจระดับประเทศ มาต่อผลิตภัณฑ์พื้นบ้านให้เป็นขนมขบเคี้ยวสไตล์สากล และทำรายได้ "เงินล้าน"
ไม่ต่างจากมันฝรั่งทอดกรอบยี่ห้อดังที่แปรรูป ปรุงแต่งรสชาติอีกนิด เป็นขนมขบเคี้ยวสไตล์สากล ภายใต้แบรนด์ "บานาน่า"
แค่นี้ กล้วย ก็กลายเป็นธุรกิจกล้วยๆ
ขนมขบเคี้ยวนับได้ว่าเป็นตลาดถูก "กินรวบ" โดยผู้ประกอบการเจ้าใหญ่ สายป่านยาวเพียงแค่ไม่กี่ราย และยากที่รายเล็กรายย่อยจะแทรกตัวเข้ามาในตลาด
ยิ่งเป็น "กล้วย" ผลไม้พื้นบ้าน โอกาสเติบโตมีน้อยมาก
หลายรายที่แปรรูปกล้วยแต่การตลาด "แป๊ก" ด้วยกลิ่นอายผลิตภัณฑ์ แพ็คเกจจิ้ง "พื้นบ้าน" ไม่ส่งให้สินค้าโดดเด่น
แตกต่างกับ "บานาน่า" ขนมขบเคี้ยวจากกล้วย ที่ผ่านการเรียนรู้ประสบการณ์จากผู้นำตลาดจนได้ผลิตภัณฑ์กลิ่นอายของ "มืออาชีพ"
ประสบการณ์จากการเป็นลูกจ้างในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหาร รับผิดชอบด้านการวิจัยและทดลอง ทำให้ จินตนา สะสำอางค์ ได้มีโอกาสเรียนรู้รูปลักษณ์สากลของผลิตภัณฑ์อาหารแบบมืออาชีพ
“ช่วงนั้นมันฝรั่งยี่ห้อหนึ่งได้รับความนิยมมาก ทำให้เรานึกถึงกล้วยน้ำว้า ซึ่งนอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงแล้ว ยังให้รสชาติที่หวานต่างจากกล้วยชนิดอื่น และที่สำคัญเป็นช่วงที่ผลผลิตกล้วยน้ำว้าล้นตลาด ราคาตก เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน เราเลยพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ทดลองปรุงรสต่างๆ ตามกระแสตลาด เอาไปให้เด็กๆ ในโรงเรียนใกล้บ้านชิมดู ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี หลังจากนั้นก็คิดสูตรรสชาติใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ” จินตนาเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นที่จุดประกายความคิดเมื่อสิบปีก่อน
ด้วยเงินทุนเพียง 50,000 บาท กับความตั้งใจเพียงแค่จะทำเป็นธุรกิจเล็กๆ ให้ครอบครัวและญาติพี่น้องมีรายได้ แต่เมื่อทำไปสักระยะหนึ่งได้รับผลตอบรับอย่างน่าแปลกใจ จนทำให้สามารถขยายกลุ่มผู้ผลิตออกไปเรื่อยๆ จากอำเภอพนมทวน ขยายเครือข่ายไปสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชนในอำเภอทองผาภูมิ ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบ อีก 6 กลุ่ม โดยจินตนาเป็นผู้ดำเนินกิจการและดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
ภายใต้การบริหารงานแบบกลุ่มชุมชน นั่นคือ "กลุ่มสตรีพัฒนากล้วยน้ำว้าไทย”
“ช่วง 3 ปีแรก ลำบากมาก ไม่มีเงินสำรองจ่าย ขอกู้ธนาคารก็ไม่ได้ เพราะไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันก็ท้อเหมือนกัน แต่ไม่ถอย เห็นแววตาของญาติพี่น้อง สมาชิกในชุนชนที่เขาเข้ามาเพื่อหวังจะพึ่งเรา ทำให้เราต้องมองไปข้างหน้า ต้องอดทน ตลาดก็ยังไปได้ แม่เลยให้โฉนดที่นาไปจำนอง ได้เงินมาก้อนหนึ่ง ทำให้ลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง จากนั้นมาก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ”
แม้จะหมดปัญหาในเรื่องของเงินทุนแล้ว ยังมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของการสร้างการยอมรับในตัวสินค้า
เนื่องจากตลาดเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กนักเรียน การเข้าไปหาตลาดช่วงแรกๆ ถูกต่อต้านจากครู เพราะแพ็คเกจจิ้งที่เลียนแบบคล้ายขนมขบเคี้ยวในท้องตลาด
เธอบอกว่า ต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจกับครู โดยเน้นให้เขาเห็นคุณค่าทางโภชนาการของกล้วย ซึ่งปกติก็จะรับประทานในรูปแบบกล้วยฉาบ กล้วยทอด กล้วยปิ้ง ก็พอเบื่ออยู่แล้ว ซึ่งการแปรรูปในลักษณะแบบนี้ทำให้ง่ายต่อการรับประทาน ที่สำคัญคุณค่าทางโภชนาการของกล้วยน้ำว้าก็ยังคงอยู่ แถมยังให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย
สินค้าของเธอเริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น
จนที่สุดถึง "จุดเปลี่ยน" ครั้งสำคัญในธุรกิจแปรรูปกล้วยน้ำว้า เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เมื่อห้างเทสโก้ โลตัส ได้จัดพื้นที่พิเศษเพื่อจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์หรือโอท็อป โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า ทำให้จินตนามองเห็นโอกาสที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ แทนที่จำกัดแค่สินค้าโอท็อป ของฝากติดมือในอำเภอพนมทวนเท่านั้น
“ครั้งแรกเราได้รับการติดต่อเข้าไปจำหน่ายในฐานะสินค้าโอท็อป เพราะทางโลตัสมีนโยบายสนับสนุนสินค้าโอท็อปให้เข้าไปวางจำหน่ายได้ โดยไม่ต้องมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ซึ่งทำให้ธุรกิจที่มีทุนไม่มากนัก ได้มีโอกาสเข้าไปสู่ช่องทางจำหน่ายขนาดใหญ่ได้เท่าๆ กับสินค้าอุตสาหกรรมทั้งหลาย ซึ่งตรงนั้นคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่ทำให้ลูกค้ารู้จักเรามากขึ้น จากสินค้าท้องถิ่น ตอนนี้เรามีโอกาสที่จะเป็นสินค้าแบรนด์เนมระดับชาติแล้ว”
นอกจากนี้บานาน่ายังได้นำเข้าไปวางจำหน่ายในเอาท์เล็ตฟลายนาว ร้านเอาท์เล็ตพรีเมียมแบรนด์ ซึ่งช่วยส่งแบรนด์บานาน่าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และถึงวันนี้ จากกล้วยน้ำว้าธรรมดา ที่จินตนานำมาสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการแปรรูปปรุงรสชาติอิงกระแสตลาด จนได้กล้วยน้ำว้าหลากหลายรสชาติ ภายใต้แบรนด์บานาน่า รสต่างๆ มากถึง 10 รส คือ รสสาหร่าย รสบาร์บีคิว รสลาบ รสไก่ รสพิชซ่า รสช็อกโกแลต รสกุ้ง รสปาปริก้า มะเขือเทศ ชาเขียว รวมทั้งจะออกสูตรซอสญี่ปุ่น ในช่วงเปิดเทอมหน้า
ที่สำคัญทุกรสผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา ได้รับมาตรฐานสินค้าโอท็อป 5 ดาว และสถาบันรับรองอาหาร “ฮาลาล”
จากธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มต้นด้วยเงินทุนเพียง 50,000 บาท เมื่อสิบปีที่แล้ว ตั้งใจให้ครอบครัวและญาติพี่น้องมีรายได้ คนในชุมชนมีงานทำ วันนี้ กลุ่มสตรีพัฒนากล้วยน้ำว้าไทย มีสมาชิกเกือบ 100 ชีวิต ทำให้ปัจจุบันทางกลุ่มมีรายได้ถึงกว่า 3 ล้านบาทต่อเดือน และสมาชิกมีรายได้ 10,000-20,000 บาท/เดือน
นอกจากครอบครัว ญาติพี่น้อง อยู่อย่างมีความสุขแล้ว ส่งผลให้สมาชิกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามลำดับ
ด้วยการมองการณ์ไกล เรียนรู้จากผู้นำตลาด "ต่อยอด" ผลิตภัณฑ์ ทำให้กล้วยก็เป็นธุรกิจกล้วยๆ
-----------------------
ปั้นแบรนด์โอท็อปผ่านโลตัส
โอท็อปขึ้นห้าง ดูหรูทีเดียว
นอกจากจะได้ "กล่อง" ยังช่วยสร้างพลังอิมเมจเพิ่มมูลค่า เพิ่มราคา
นับว่าเป็นโอกาสที่ดี เมื่อเทสโก้ โลตัส เปิดพื้นที่ให้สินค้าโอท็อปขึ้นจำหน่าย ทางหนึ่ง เพื่อสร้างจุดขายใหม่ๆ ให้กับห้าง ทางหนึ่ง เป็นสะพานสร้างแบรนด์ให้กับเอสเอ็มอีได้แจ้งเกิดด้วยความรวดเร็ว ผ่านสายตาของลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยที่นี่มากกว่า 13 ล้านคนต่อเดือน
สำหรับรูปแบบที่โลตัสจัดพื้นที่ให้โอท็อป แบ่งเป็น 4 รูปแบบ คือ
รูปแบบแรก การจัดงานแสดงสินค้า (Exhibition / Fairs) บริเวณลานจอดรถของสาขา ซึ่งที่ผ่านมาโลตัสได้จัดไปแล้ว เช่น การร่วมมือกับจังหวัดนนทบุรี ในการจัดผลิตภัณฑ์ชุมชน หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ นนทบุรี ครั้งที่ 1 ที่เทสโก้ โลตัส สาขาบางใหญ่, การร่วมมือกับจังหวัดเชียงใหม่ จัดงาน OTOP Corner ที่เทสโก้ โลตัส สาขาเชียงใหม่หางดง, การประสานงานกับสำนักพัฒนาชุมชนกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดงานแสดงสินค้า OTOP ในพื้นที่ลานจอดรถของเทสโก้ โลตัส 4 สาขา ในเขตกรุงเทพมหานคร
รูปแบบที่สอง การจำหน่ายสินค้าโอท็อป ในอาคารแสดงสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP Pavilion, OTOP Corner) ระดับสินค้า 1-5 ดาว ซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว 2 แห่ง คือ จันทบุรี และกาญจนบุรี และมีแผนงานที่จะก่อสร้างอาคารสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ให้ครบทุกภูมิภาคต่อไปในอนาคต
นอกจากนี้โลตัสยังได้จัดพื้นที่ถาวร (OTOP Corner) ให้ผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่บริเวณพื้นที่ Mall ที่สาขาเชียงใหม่คำเที่ยง และสาขาสมุย โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำหน่ายสินค้า ในส่วนอาคารแสดงสินค้า OTOP และ OTOP Corner แล้วเป็นจำนวนกว่า 200 ราย และสามารถจำหน่ายได้เป็นจำนวนเงินมากกว่า 20 ล้านบาท
รูปแบบที่สาม จัดชั้นจำหน่าย (Shelves) สินค้าโอท็อปทุกสาขาทั่วประเทศ ในระดับ 3-5 ดาว ณ ปัจจุบัน เทสโก้ โลตัส ได้จัดพื้นที่เฉพาะในชั้นวางสินค้าเพื่อจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ จำนวน 89 รายการ ซึ่งได้แก่ ผัก ผลไม้แปรรูป ไส้กรอก สมุนไพร เครื่องเทศ ชา กาแฟ อาหารเสริม น้ำผึ้ง และสินค้าอุปโภคอื่นๆ ที่จัดส่งผ่านศูนย์กระจายสินค้าที่วังน้อย จังหวัดอยุธยา
การจำหน่ายสินค้าผ่านรูปแบบนี้ มีจำนวนผู้ประกอบการท้องถิ่นหมุนเวียนเป็นจำนวนกว่า 400 ราย สามารถจำหน่ายสินค้ามากกว่า 750 รายการ และมียอดขายโดยรวมจนถึง ณ ปัจจุบัน เป็นจำนวน 17.5 ล้านบาท
รูปแบบสุดท้าย การจัดทำซุ้มคีออส (Kiosk) เพื่อจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ใน เทสโก้ โลตัส ทุกสาขาทั่วประเทศ ระดับสินค้า 3-5 ดาว
โลตัสระบุว่า Kiosk ที่ตั้งอยู่ในเทสโก้ โลตัส ในเขตจังหวัดนนทบุรี คือสาขารัตนาธิเบศร์ สาขาบางใหญ่ มียอดขายสูงถึง 3 แสนบาทต่อเดือน นอกจากนี้ สาขาหาดใหญ่ เทสโก้ โลตัส ได้เพิ่มพื้นที่เพื่อวางรถ Kiosk อีกเป็นจำนวน 5 คัน รถ Kiosk ทุกสาขา รวมจำนวน 89 คัน
สำหรับเรื่องการจัดส่งไม่เป็นปัญหาสำหรับลูกค้าโอท็อป โลตัสระบุว่า พร้อมให้การสนับสนุนจัดสินค้าคงคลังและกระจายสินค้า (Supply Chain) และการจัดเก็บสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ โดยจะจัดส่งไปยังศูนย์กระจายสินค้าวังน้อย จังหวัดอยุธยา เพียงที่เดียว จากนั้นจะทำการกระจายต่อไปยังสาขาต่างๆ

ทั้งหมดนี้ โลตัสหวังว่าจะสามารถช่วยผลักดันนำสินค้า OTOP เข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้เช่นเดียวกันในอนาคต
ที่มา http://www.nationejobs.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น